อานิสงส์ของการทำบุญ การสวดมนต์และหน้าที่ชาวพุทธ

ขอให้ท่านจงภูมิใจเถิดว่าท่านได้ทำสิ่งที่มีคุณค่า ๙ มงคล

ดังนี้…

 

  1. ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ “รักษาพระพุทธศาสนา” ให้มีความยั่งยืนถาวร
  2. ได้ชื่อว่าเป็นผู้บำเพ็ญ “ทานบารมีที่เยี่ยมยอด” คือธรรมทานบารมี
  3. ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการ “เผยแพร่หลักธรรม” คำสอนของพระพุทธเจ้า
  4. ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ “สร้างความเห็นที่ถูกต้อง” (สัมมาทิฏฐิ)
  5. ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ “ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน”
  6. ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ “เสริมสร้างสันติภาพ และสันติสุขแก่ชาวโลก”
  7. ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ “ส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม” อันดีงาม
  8. ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งเสริมในการ “เลือกสรรสิ่งดีให้แก่ผู้รับ”
  9. ได้ชื่อว่าเป็นผู้แสดงออกถึงน้ำใจอันดีงามของ “กัลยาณมิตร”

ท่านที่ได้บำเพ็ญธรรมทานบารมีดังกล่าวมาแล้ว  ย่อมประสบแต่ความสุข

ความเจริญรุ่งเรือง  ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า  และเป็นผู้ปราศจาก

ทุกข์ โศก โรคภัย ทั้งปวง…

 

 

” อักขะรา เอกัง เอกัญจะ พุทธะรูปัง สิยา “

สร้างอักขรธรรมหนึ่งอักษร เท่ากับสร้างพระพุทธรูปหนึ่งองค์

 

บทแผ่เมตตา

บทแผ่เมตตา

การแผ่เมตตา นี้มีความหมายมาก เพราะเป็นการแผ่เมตตาจิตของตนเองไปยังสรรพสัตว์

และเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย และด้วยการแผ่เมตตานี้ต้องทำด้วยจิตอันบริสุทธิ์ผ่องใส

จึงจะได้ผลดี นั่นก็คือ “ผู้คนทั้งหลายและสรรพสัตว์ ก็จะมีเมตตาต่อเรา” กลับคืนมาเช่นกัน

 

บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ, ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข,

อะหัง นิททุกโข โหมิ, ปราศจากความทุกข์,

อะเวโร โหมิ, ปราศจากเวร,

อัพพะยาปัญชา โหมิ, ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง,

อะนีโฆ โหมิ, ปราศจากความทุกข์,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ. มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้น

จากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด.

 

บทแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา, สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์

เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น,

อะเวรา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

อย่าได้ มีเวรต่อกันและกันเลย,

อัพพะยาปัญชา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

อย่าได้ เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย,

อะนีฆา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ. จงมีความสุขกายสุขใจ

รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย ทั้งสิ้นเถิด.

 

ตอน บทแผ่เมตตา

การแผ่เมตตา  นี้มีความหมายมาก  เพราะเป็นการแผ่เมตตาจิตของตนเองไปยังสรรพสัตว์

และเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย และด้วยการแผ่เมตตานี้ต้องทำด้วยจิตอันบริสุทธิ์ผ่องใส

จึงจะได้ผลดี นั่นก็คือ “ผู้คนทั้งหลายและสรรพสัตว์ ก็จะมีเมตตาต่อเรา” กลับคืนมาเช่นกัน

 

บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ,                 ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข,

อะหัง นิททุกโข โหมิ,           ปราศจากความทุกข์,

อะเวโร โหมิ,                          ปราศจากเวร,

อัพพะยาปัญชา โหมิ,          ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง,

อะนีโฆ โหมิ,                         ปราศจากความทุกข์,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ.     มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้น จากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด.

   

บทแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา,                         สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์

                                                   เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น,

อะเวรา โหนตุ,                       จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

                                                   อย่าได้ มีเวรต่อกันและกันเลย,

อัพพะยาปัญชา โหนตุ,        จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

                                                   อย่าได้ เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย,

อะนีฆา โหนตุ,                       จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

                                                  อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ.     จงมีความสุขกายสุขใจ

                                                  รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย ทั้งสิ้นเถิด.

 

(และติดตามบทสวดมนต์ที่น่าสนใจบทต่อไปกันนะคะ)

บทขอขมาพระรัตนตรัย

 

วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

ข้าพเจ้า ขออภิวาทพระพุทธเจ้า, ขอพระพุทธองค์โปรดทรง

ยกโทษทั้งปวงที่ข้าพเจ้าทำล่วงเกินด้วยเทอญ.

วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

ข้าพเจ้า ขออภิวาทพระธรรม, ขอพระธรรมโปรดยกโทษ

ทั้งปวงที่ข้าพเจ้าทำล่วงเกินด้วยเทอญ.

วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

ข้าพเจ้า ขออภิวาทพระสงฆ์, ขอพระสงฆ์โปรดยกโทษ

ทั้งปวงที่ข้าพเจ้าทำล่วงเกินด้วยเทอญ.

 

อานิสงส์

การขอขมาเมื่อรู้ว่าตนทำผิด นำบุญทางปัญญามาให้

คือ “ได้หยุดอาฆาตพยาบาทจองเวรจองกรรมกันต่อไป”

เพราะถ้าทุกฝ่ายต่างรู้จักให้อภัย ก็จะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

จึงมี “บทสวดอธิษฐานอโหสิกรรมต่อกัน” เพื่อความสะอาดของจิต

ก่อนการปฏิบัติธรรมจึงควรอธิษฐานขออโหสิกรรมต่อกันก่อนด้วย

จะให้ผลดียิ่งขึ้น

 

บทอธิษฐานขออโหสิกรรมต่อกัน

กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง

อสัญจิจจะกัมมัง ขะมันตุ เม อโหสิกัมมัง ภะวันตุ เม.

กรรมใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินแก่ผู้ใด โดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี จงยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า

แม้กรรมใด ที่ใครทำแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายเป็นอภัยทาน ให้เขาเหล่านั้นมีเมตตาจิต

คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า จะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้า

พ้นจากความทุกข์ยากลำบาก ปรารถนาสิ่งใดอันเป็นไปโดยธรรม

ขอให้สิ่งนั้น จงพลันสำเร็จด้วยเทอญ นิพพานะปัจจะโย โหนตุ.

 

(และติดตามบทต่อไปตอนหน้านะคะ)

บทสวดมนต์ชุมนุมเทวดา

 

ผะริตตะวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา,

อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ,

สักเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน,

ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต,

ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา,

ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุ,

 

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา.

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา.

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา.

 

คำแปล ( แบบย่อ )

ข้าพเจ้า ขออัญเชิญเทวดาทั่วทั้งจักรวาล รวมทั้ง

ยักษา คนธรรพ์ ครุฆ นาคทั้งหลาย ขออัญเชิญ

มายังสถานที่นี้ เพื่อสดับรับฟังเสียงสวดมนต์ด้วยกันเทิญ

อานิสงส์ของการสวดมนต์บทนี้

เทวดาและเหล่าทั้งหลายที่ได้อัญเชิญมารับฟังเสียงสวดมนต์นั้น

เมื่อเราสวดมนต์ ก็จะเกิดพลังแห่งบุญจากการสวดมนต์นั้น

ท่านทั้งหลายก็จะมาร่วมอนุโมทนาสาธุบุญ

ที่เกิดจากการสวดมนต์บทต่างๆ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านได้รับบุญแล้ว

ท่านก็จะให้พรกับผู้ที่สวดมนต์ และคุ้มครองให้ปลอดภัย

สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ที่หมั่นสวดมนต์ภาวนานั่นเองค่ะ!!!

***แล้วกลับมาติดตามบทสวดมนต์บทต่อไปกันนะคะ***

คำสมาทานศีล ๕

๑. ปาณาติปาตา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,

งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตัวเอง หรือทรมาณสัตว์ และจ้างวานผู้อื่นกระทำ

๒. อะทินนาทานา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,

งดเว้นจากการลักทรัพย์ หรือถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ให้

๓. กาเมสุมิจฉาจารา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,

งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ( ผิดลูก ผิดสามี ผิดภรรยา หรือคู่ครองของผู้อื่น )

๔. มุสาวาทา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,

งดเว้นจากการพูดไม่จริง หรือกล่าวคำเท็จให้ผู้อื่นเดือดร้อน

๕. สุราเมระยะ มัชชะปะมา ทัฏฐานา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,

งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย ของมึนเมา และยาเสพติด อันเป็นที่ตั้งของความประมาท

และสุจริต ๑๐ ประการ

(มงคลอันประเสริฐของการประพฤติธรรม)

ประกอบด้วย กายสุจริต ๓ / วจีสุจริต ๔ / มโนสุจริต ๔ นี้รวมเรียกว่า

“กรรมบท ๑๐” คือ

กายสุจริต ๓
1.ไม่ฆ่าสัตว์
2.ไม่ลักทรัพย์
3.ไม่ประพฤติผิดในกาม

วจีสุจริต ๔
1.ไม่พูดปด
2.ไม่พูดจาส่อเสียด
3.ไม่พูดหยาบคาย
4.ไม่พูดเพ้อเจ้อหาสาระไม่ได้

มโนสุจริต ๔
1.ไม่คิดโลภ เพ่งเล็งของผู้อื่นมาเป็นของตน
2.ไม่มีจิตอาฆาตพยาบาทจองเวรในสัตว์ทั้งปวง
3.ไม่เห็นผิดตามทำนองคลองธรรม ที่ว่า”ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ กับ “กรรมบถ ๑๐ ประการ”

ถ้าเรารักษาศีล ๕ ได้อย่างบริสุทธิ์ ด้วยการแสดงออกทางกาย

และวาจาได้แล้ว ก็เพิ่มการรักษาความบริสุทธิ์ทางใจเพิ่มขึ้นอีกหน่อย…

ก็จะทำให้ผู้ประพฤติธรรมทุกท่านมีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นด้วยนะคะ

และเมื่อทำเสมอเป็นนิจ “ย่อมปิดซึ่งอกุศลบาป” ทั้งปวงด้วยค่ะ

***แล้วกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ***

๑. บทนำ หรือบทสวดบูชาคุณพระศรีรัตนตรัย

บทนี้ นำบทสวดมนต์เกี่ยวกับการบูชาพระรัตนตรัยมาแนะให้สวดกันค่ะ เป็นการ”ไหว้ครู” ก่อนสวดมนต์บทอื่นๆต่อไป

ซึ่งบทสวดมนต์เหล่านี้สามารถคุ้มครองป้องกันใจได้สารพัด ทั้งยังกำจัดสิ่งชั่วร้าย ให้ห่างไกลตัวเราได้ค่ะ

 

บทบูชาพระรัตนตรัย

 

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ.

ข้าพเจ้า ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้า ด้วยเครื่องสักการะนี้.

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ.

ข้าพเจ้า ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระธรรม ด้วยเครื่องสักการะนี้.

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ.

ข้าพเจ้า ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระสงฆ์ ด้วยเครื่องสักการะนี้.

 

บทกราบพระรัตนตรัย

 

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,

พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลส, เพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง,

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.

ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. ( กราบ )

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว,

ธัมมัง นะมัสสามิ.

ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม. ( กราบ )

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว,

สังฆัง นะมามิ.

ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์. ( กราบ )

 

บทนมัสการพระรัตนตรัย

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,

อะระหะโต,

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส,

สัมมามัมพุทธัสสะ,

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

( 3 จบ )

 

บทไตรสรณคมน์

 

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ,

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,

ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ,

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ,

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ,

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ,

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ,

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ,

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ,

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ,

 

อานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์บูชาพระ
1.การสวดมนต์ทุกวันเป็นมงคลแก่ตัวเอง ( และครอบครัว )
2.เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง ( ภาวนามัย )
3.ทำให้จิตใจบังเกิดกุศลโดยง่าย
4.ทำให้ใจสงบสุขุม
5.เหมาะสำหรับการเตรียมตัวก่อนปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน
6.เป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้
7.สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
8.เพื่อป้องกันภัยพิบัติ
9.เพื่อความสำเร็จในสมบัติทั้งปวง
10.เพื่อให้ทุกข์ต่างๆหมดไป
11.เป็นการขจัดภัยต่างๆ
12.เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วยต่างๆ

( ติดตามบทอื่นๆในตอนหน้านะคะ )

๑. กรรมที่ไม่มีลูก

กรรมในอดีต ทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากลูกจากพ่อแม่
ลดกรรม งดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์เดือนละ ๗ วัน ปล่อยนกปล่อยปลา และบริจาคทานที่มูลนิธิเด็ก

๒. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย

กรรมในอดีต เคยทารุณสัตว์
ลดกรรม ทำทานกับสัตว์อนาถา ให้ความเมตตา ทำบุญกับโรงพยาบาลสงฆ์ ปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

๓. ตาบอดหรือเป็นโรคตา

กรรมในอดีต เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัดหรือที่สาธารณะ
ลดกรรม ซื้อหลอดไฟถวายวัด ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียง

๔. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง

กรรมในอดีต เคยเป็นคนพาลเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ

๕. สูญเสียคนใกล้ชิด

กรรมในอดีต เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ไถ่ชีวิตโค กระบือ กินเจทุกๆ ๓ เดือน ปล่อยนก ปล่อยปลา

๖. ถูกนินทา ถูกให้ร้าย

กรรมในอดีต เคยพูดจาเป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจก พูดดี พูดให้คนอื่นมีความสุข

๗. เดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด

กรรมในอดีต เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ถวายสังฆทานเป็นประจำ

๘. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร

กรรมในอดีต ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมช่วบงานต่างๆในงานศพ

๙. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย

กรรมในอดีต ไม่เคยร่วมสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร
ลดกรรม ร่วมบุญสร้างโบสถ์ วิหาร สร้างหลังคา หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

๑๐. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน

กรรมในอดีต ไม่เคยบวช หรือร่วมบุญงานบวช
ลดกรรม บวชด้วยจิตศรัทธา ถ้าเป็นหญิงจะบวชชีพราหมณ์ หรือรักษาศีล๘

๑๑. ไม่มีคนชื่นชอบเอ็นดู ขาดเสน่ห์

กรรมในอดีต ไม่เคยถวายของหอม
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวัน ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย คิดดี ทำดี พูดดี

๑๒. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว

กรรมในอดีต ติเตียน ดูแคลนคนที่ทำบุญทำทาน
ลดกรรม ทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ชักชวน บอกบุญผู้อื่น

๑๓. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค

กรรมในอดีต เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือชาวบ้าน ให้ไม่ได้รับความสะดวก
ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกาย สร้างทางหรือสะพานให้เป็นประโยชน์แกวัดหรือสังคม

๑๔. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป

กรรมในอดีต เคยเนรคุณผู้มีพระคุณแก่ตน
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยความกตัญญู ทำทานให้กับคนและสัตว์

๑๕. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ

กรรมในอดีต เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน
ลดกรรม ทำทานแก่คนยากไร้ ตักบาตรทุกเช้า หรือทุกวันพระ

๑๖. อาภัพคู่ ร้างคู่

กรรมในอดีต เคยผิดลูกผิดเมียเขา
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญคู่บ่าวสาวที่ยากจน หรืถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่

๑๗. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์

กรรมในอดีต เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน หรือทำร้ายทุบตี
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ปล่อยนก ปล่อยปลา

๑๘. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย

กรรมในอดีต เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ปล่อยสัตว์ และทำบุญกับเด็กอนาถา

๑๙. รูปร่างหน้าตาไม่งดงาม

กรรมในอดีต ไม่เคยถวายดอกไม้ ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไท้หอม

๒๐. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน

กรรมในอดีต เคยคดโกงผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน บริจาคทรัพย์ และอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร

๒๑. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ

กรรมในอดีต เคยทุบตีพ่อแม่ ทำร้าย หรือด่าพ่อแม่
ลดกรรม ไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ

๒๒. มีคดีความ

กรรมในอดีต พบคนเดือดร้อนแล้วไม่ช่วยเหลือ
ลดกรรม ปล่อยนก ปล่อยปลา นั่งสมาธิ ถือศีล ๘ ทุกๆ ๓ เดือน เดือนละ ๗ วัน

๒๓. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

กรรมในอดีต ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ไม่มีน้ำใจ
ลดกรรม ทำบุญวื้อหลังคาโบสถ์ ไหว้ศาลหลักเมือง ช่วยเหลือสัตว์พิการ

๒๔. จิตขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห

กรรมในอดีต ตระหนี่ในการทำบุญ
ลดกรรม สวดมนต์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝีกวิปัสนากรรมฐาน บริจาคทาน และทำบุญกับวัดวาอาราม

๒๕. ไม่มีชื่อเสียง

กรรมในอดีต เคยติฉินนินทา ให้ผู้อื่นเสียหาย
ลดกรรม ทำบุญสร้างหอระฆัง หล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้

๒๖. ไม่มีวาสนาบารมี

กรรมในอดีต ไม่นับถือผู้นับถือธรรมะ
ลดกรรม สร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน

๒๗. ลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง

กรรมในอดีต ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิด และทำร้ายจิตใจคนในครอบครัวมาก่อน
ลดกรรม บวชเณรโดยให้ลูกบวช หรือไปร่วมบวช อุทิศบุญให้ลูกตัวเอง

๒๘. เจอแต่คนเอาเปรียบ

กรรมในอดีต เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
ลดกรรม ยึดมั่นถือศีล ๕ หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานให้เจอคนดีๆ เข้ามาในชีวิต

๒๙. เกิดในสกุลต่ำต้อย

กรรมในอดีต โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม สร้างวัด สร้างพระประธาน พิมพ์หนังสือธรรมะแจก

๓๐. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา

กรรมในอดีต เคยเมาสุราแล้วอาละวาด ระรานผู้อื่น
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา

๓๑. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์

กรรมในอดีต เคยชักจูงคนให้ทำชั่ว
ลดกรรม ถือศีล ๘ เป็นเวลา ๗ วัน ทุกๆ ๓ เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน

๓๒. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ

กรรมในอดีต เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม และเคยอธิษฐานจิตมาว่ากี่ชาติ
ขอให้ได้เป็นคู่กัน
ลดกรรม ถวายของที่เป็นคู่ แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ บวชชีพราหมณ์ปีละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๓ วัน
อุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรให้ได้รับกุศล และเปิดทางให้ชีวิตคู่ดีขึ้น

๓๓. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ

กรรมในอดีต เคยทำแท้ง
ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ ๙ เดือน หรือ ๑ ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ใส่บาตรเสมอ

๓๔. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์

กรรมในอดีต เคยริษยาผู้อื่น
ลดกรรม ใส่บาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลา นั่งสมาธิ

๓๕. เป็นทุกข์ใจเพราะคนในครอบครัว

กรรมในอดีต เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัว เอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัว
ลดกรรม บวชชีพราหมณ์ และนำพระคู่บ้านคู่เมืองมาสักการะที่บ้าน สวดมนต์ขอพรใหครอบครัวเป็นสุข

๓๖. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

กรรมในอดีต ฆ่า หรือทรมานสัตว์ ทำร้ายคนอื่น
ลดกรรม อุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งในอดีต และปัจจุบันให้อโหสิกรรมต่อกัน ถวายยาเข้าวัด ปล่อยปลา

๓๗. เป็นมะเร็ง

กรรมในอดีต รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง ทารุณสัตว์ ทำร้ายหรือเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร บวชชีพราหมณ์ ๑ เดือน เพื่อส่งบญให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ สร้างพระพุทธรูป พิมพ์หนังสือธรรมะแจก

๓๘. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า

กรรมในอดีต ลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม ใส่บาตร ถวายสังฆทาน ให้บุญกับเจ้าที่เจ้าทาง

๓๙. ด้อยปัญญา

กรรมในอดีต ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน ชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนธรรมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจก ทำบุญกับโรงเรียนเด็ดพิการ

๔๐. ตกงาน

กรรมในอดีต เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา

๔๑. ไม่มีโชคลาภ

กรรมในอดีต ไม่เคยสวดมนต์ ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูปเทียน ดอกไม้สด ทองคำเปลว

๔๒. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค

กรรมในอดีต ชาติก่อนปฏิเสธการฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ฟังธรรมหรือ อ่านหนังสือธรรมมะ

๔๓. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน

กรรมในอดีต ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ศรัทธาใช้ผ้าเหลืองหากิน
ลดกรรม ถือศีล ๕ หรือ ๘ นั่งสมาธิ ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือ ๓ เดือน

๔๔. ครอบครัวยากจน

กรรมในอดีต ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลดกรรม หมั่นให้ทานบ่อยๆ หรือจะเป็นสิ่งของ แรงกายหรือน้ำใจ ต่อผู้ตกยาก

๔๕. เป็นทุกข์เพราะความรัก

กรรมในอดีต ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้รักให้อกหัก
ลดกรรม ทำดีทั้งกาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่ง

Tag Cloud